[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2007-2019 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
header
Drop Down Menu

หากผู้รับบริการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 076-361234 ต่อ 1412


  

::ข่าวประชาสัมพันธ์



เรื่อง : กรมอนามัย แนะ หญิงตั้งครรภ์ที่ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir - Darunavir เลี่ยงให้นมลูก



ลงประกาศเมื่อ : วันอังคาร ที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2563


กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยหญิงตั้งครรภ์ที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อหรือได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ โควิด-19 สามารถให้นมลูกได้ แต่สำหรับในรายที่แม่ใช้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และดารุนาเวียร์ (Darunavir) ยาถูกขับออกทางน้ำนม หากเป็นไปได้ควรเลี่ยงให้นมลูก

      แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงการเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ได้มีการสอบถามผ่านสายด่วนรัฐบาล 1111 ว่าในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อหรือได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อโควิด-19 นั้น สามารถให้นมลูกได้หรือไม่นั้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสามารถติดผ่านทางรกหรือทางน้ำนมได้ กรณีแม่เป็นผู้เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อหรือได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงสามารถให้นมลูกได้ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) มีคำแนะนำว่า หากแม่ที่ติดเชื้อมีอาการไม่มากสามารถให้นมจากเต้าได้ก็ควรทำ แต่ต้องมีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้ออย่างเคร่งครัดโดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมืออย่างถูกวิธี ห้ามใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้า จมูกหรือปาก รวมถึงการหอมแก้มลูกด้วย  กรณีที่แม่ติดเชื้อมีอาการรุนแรง เช่น ไอมาก แต่ยังสามารถบีบเก็บน้ำนมได้ ควรให้พ่อหรือผู้ช่วยเป็นผู้ป้อนนมแก่ลูกแทน โดยหากมีผู้ช่วยจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี มีทักษะ ความรู้และเข้าใจหลักการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้ออย่างเคร่งครัด การบีบน้ำนมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แม่ยังคงสภาพ         ในการให้นมแก่ลูกได้เมื่อหายป่วยแล้ว ทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อโควิด-19  จัดเป็นผู้มีความเสี่ยงจะต้องมีการแยกตัวออกจากทารกอื่นและต้องสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

          “ทั้งนี้ ยังไม่พบหลักฐานที่มีรายงานทางการแพทย์ว่าแม่ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการและแสดงอาการแตกต่างจากคนทั่วไปหรือมีความเสี่ยงสูงที่โรคจะรุนแรง ยกเว้นในรายที่อ้วนหรือมีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ดีอยู่เดิม ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์ยังสรุปไม่ได้ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลมีจำกัด แต่มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด    ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ เพิ่มความรุนแรงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษและเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การรักษาขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค เป็นการรักษาตามอาการ และการใช้ยาต้านไวรัสมีหลายชนิด ซึ่งการพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสจึงต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับ สำหรับยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ยาสามารถผ่านรกและถูกขับออกทางน้ำนมได้ ทำให้เกิดความพิการแก่ตัวอ่อนในสัตว์ทดลอง ส่วนยาต้านไวรัสดารุนาเวียร์ (Darunavir)  สามารถผ่านทางน้ำนมได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การใช้ยานี้กับหญิงตั้งครรภ์ควรระมัดระวังในการพิจารณาความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับและสื่อสารกับหญิงตั้งครรภ์และญาติให้เข้าใจ กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และดารุนาเวียร์ (Darunavir) หากเป็นไปได้ควรเลี่ยงการให้นมลูกในระหว่างที่ได้รับยาด้วย ส่วนการให้ยาต้านไวรัสชนิดอื่น ๆ หญิงหลังคลอดยังสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 10 พฤษภาคม 2563

https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/142684



อ่าน : 443




10 ข่าวในหมวดหมู่เดียวกัน

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เดินหน้าพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ ต้านโควิด-19 ให้มีใช้เพียงพอและพึ่งพาตนเอง (12-05-2020)
กรมอนามัย แนะ หญิงตั้งครรภ์ที่ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir - Darunavir เลี่ยงให้นมลูก (12-05-2020)
รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2563 (12-03-2020)
นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมกระทรวงสาธารณสุข ขอประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ”ป้องกันโรคโควิด-19 (12-03-2020)
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลทดสอบประสิทธิภาพของหน้ากากผ้า (12-03-2020)