[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2007-2015 Vachira Phuket Hospital
header
Drop Down Menu

หากผู้รับบริการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 076-361234 ต่อ 1412


  

::ข่าวประชาสัมพันธ์



เรื่อง : อภ.แนะวิธีเก็บยาอย่างถูกต้อง เมื่อกลับจากโรงพยาบาล



ลงประกาศเมื่อ : วันพุธ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558


องค์การเภสัชกรรมแนะนำวิธีเก็บยาอย่างถูกต้อง เมื่อกลับจากโรงพยาบาล ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อป้องกันยาเสื่อมสภาพ คุณสมบัติในการรักษาลดลงหรือเสียไป ทำให้ยาหมดอายุเร็วขึ้น ยาที่ต้องเก็บโดยการแช่เย็น ต้องบรรจุในภาชนะที่มิดชิด  เพื่อไม่ให้ชื้นจนฉลากยาหลุดหรือลบเลือน จนไม่สามารถอ่านได้ ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก เมื่อใช้แล้วต้องปิดภาชนะบรรจุให้สนิท เพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ
         ภญ.วนิชา ใจสำราญ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมเปิดเผยว่า ปกติคนทั่วไปเมื่อมีอาการไม่สบายจะไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ให้ทำการตรวจรักษา เมื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยโรคแล้วก็จะสั่งการรักษาตามขั้นตอน และได้รับยากลับมาใช้ที่บ้านตามอาการที่เป็น ซึ่งเภสัชกรโรงพยาบาลจะอธิบายในรายละเอียดของยา เช่น ชื่อยา, วิธีใช้, สรรพคุณของยาแต่ละชนิด, ผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ และวิธีเก็บรักษา แต่ด้วยความเร่งรีบของผู้ป่วย อาจจะฟังไม่ละเอียด มีผลให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องครบถ้วน ดังนั้นข้อควรระวังและไม่ควรกระทำเมื่อรับยาจากโรงพยาบาล ได้แก่ ไม่วางยาไว้ในรถ เพราะอุณหภูมิในรถสูงกว่าอุณหภูมิห้องปกติ (15-30 องศาเซลเซียส) ซึ่งอาจจะสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ยาเสื่อมสภาพ คุณสมบัติในการรักษาลดลงหรือเสียไป ทำให้สิ่งที่เหลืออยู่อาจจะเป็นสารอื่นที่นอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว อาจจะเกิดโทษได้ หรือแม้ถ้ายังคงมีเปอร์เซ็นต์ของยาอยู่บ้างก็น้อยกว่าขนาดที่จะให้ผลในการรักษาได้ ยาบางชนิดจะหลอมละลายเมื่อถูกความร้อน เช่น ยาเหน็บทวารหนัก เป็นต้น
       ซึ่งนอกจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปแล้ว ยาหลายชนิดที่ต้องเก็บแบบป้องกันแสงโดยเก็บในภาชนะทึบแสง เช่น ขวดสีชา แต่การวางไว้รับแสงโดยตรงเป็นเวลานาน แม้จะอยู่ในภาชนะดังกล่าวก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนสภาพของยา ทำให้ยาหมดอายุเร็วขึ้น ตัวอย่างยาที่ต้องป้องกันแสง เช่น วิตามินบี 6, วิตามินเอ, ยาพวกฮอร์โมน,ยาคุมกำเนิด, ยาน้ำเชื่อมของเด็กหลายชนิด, ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น

       ภญ.วนิชา กล่าวต่อไปว่า หากนำถุงยาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก เพราะยาของผู้ใหญ่หากเด็กนำไปรับประทานโดยไม่เจตนา ก็ทำให้เกิดผลเสียได้ เนื่องจากขนาดยาของผู้ใหญ่กับเด็กแตกต่างกัน ยาที่ต้องเก็บโดยการแช่เย็น   ซึ่งการแช่เย็นมีหลายแบบ คือ  แช่ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยบรรจุในภาชนะที่มิดชิด เพื่อไม่ให้ชื้นจนฉลากยาหลุดหรือลบเลือน จนไม่สามารถอ่านได้ และให้ปลอดภัยจากการที่เด็กจะนำไปรับประทานได้ และทุกครั้งเมื่อใช้ยาแล้วปิดภาชนะบรรจุให้มิดชิด เพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ หรือเกิดอุบัติเหตุหกเลอะเทอะเมื่อต้องการใช้ในครั้งต่อไป ที่สำคัญควรดูวันหมดอายุของยาด้วย โดยให้สังเกตที่ฉลากซึ่งจะระบุวันหมดอายุ (EXP. DATE) เอาไว้ ยาต่างชนิดอายุไม่เท่ากันให้สังเกตให้ละเอียด หากไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้จากเภสัชกรทั้งในโรงพยาบาลที่ไปรับการรักษา หรือเภสัชกรที่ประจำอยู่ที่ร้านขายยาทุกแห่ง และควรสำรวจปริมาณยาที่มีอยู่ในบ้านด้วยว่า มียาดังกล่าวเก็บไว้จำนวนเท่าไร  และไม่ควรเก็บยาไว้นานจนเกินไป

ที่มา : http://pr.moph.go.th/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=70697



อ่าน : 956




10 ข่าวในหมวดหมู่เดียวกัน

จิตแพทย์ ห่วงคนไทยที่มีอาการ “ขาดมือถือไมได้” ก้มดูจอนาน สายตา – หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว (02-09-2015)
กรมการแพทย์เตือนเบาหวานเรื้อรัง ทำหลอดเลือดหัวใจเสื่อม (07-08-2015)
สธ.เตรียมประกาศผลสำเร็จระดับโลก “ยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก” (07-08-2015)
สธ. จัดสัมมนาระดับประเทศ เรื่อง “การพัฒนาคุณภาพบริการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” (04-08-2015)
อย. ออกกฎเข้ม ลดปัญหาการใช้ยาแก้แพ้ แก้ไอ ในทางที่ไม่เหมาะสม (04-08-2015)
กรมสุขภาพจิต แนะ เทคนิคให้ลูกอยากไปโรงเรียนรับเปิดเทอม (19-05-2015)