[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2007-2019 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
header
Drop Down Menu

หากผู้รับบริการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 076-361234 ต่อ 1412



เรื่อง : รู้จัก "ชะลอวัย" ให้ถูกวิธี



ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ: 15 พ.ค. 2556 : 09:03 หมวด สุขภาพน่ารู้


ปัจจุบันมีสถานพยาบาลและโรงพยาบาลหลายแห่งเปิดบริการ "ชะลอวัย" "เวชศาสตร์ชะลอวัย" ซึ่งล้วนตอบสนองเพื่อยับยั้งหรือชะลออาการต่างๆ ของวัยสูงอายุ ให้ข้อแนะนำ รวมถึงดูแลตรวจและรักษาทดแทนในส่วนที่บกพร่อง มุ่งหวังจะให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น ชะลอโรคหรือป้องกันโรคต่างๆ รวมทั้งเสริมแต่งทั้งภายนอก ภายในให้ดูดี ทั้งผิวหนัง หน้าตา บุคลิก น้ำหนักตัวให้เหมาะสม เป็นต้น

ถ้าทุกท่านมีความรู้พอเพียง และเอาใจใส่ด้านสุขภาพยาวนาน พอถึงวัยนี้ส่วนใหญ่ก็จะดูดีสมวัย หรือดูอ่อนกว่าวัยอยู่แล้ว ถ้าไม่เป็นไปดังคาดจะลองใช้บริการ "ชะลอวัย" ดูบ้างก็คงได้ ขอให้ได้รับการปฏิบัติการตรวจ-รักษาจากแพทย์ก็จะถูกต้องตามหลักวิชาการมากขึ้น

แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนวัยทองหลายคนไม่เพียงแต่ห่วงสุขภาพ แต่ห่วงที่จะดูดี เพราะในวัยทองนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณอันเกิดจากการขาดฮอร์โมนด้วย ในกรณีที่เป็นมากจริงๆ การให้ฮอร์โมนก็อาจจะช่วยได้ แต่โดยหลักการแพทย์ในปัจจุบันการรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนเพศ ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้เพื่อการชะลอวัย หรือทำให้แก่ช้าลง หรือทำให้ผิวหนังเต่งตึงมากขึ้น

ถ้าเป็นปัญหาเฉพาะที่ผิวหนังเหี่ยวหรือแห้ง เราก็จะแนะนำว่าให้ใช้วิธีธรรมชาติคือการใช้ครีมบำรุง หรือสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ผิวหนังแย่ลง เช่น การใช้สารเคมีต่างๆ หรือการโดนแสงแดด รวมถึงอากาศแห้งๆ เพราะการที่จะไปใช้ฮอร์โมนเพื่อหวังผลเรื่องความงามอย่างเดียวยังไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์โดยตรง

ดังนั้นเพื่อให้ผู้สูงอายุทุกท่าน เป็นวัยทองที่ผ่องอำไพและงามสง่า คุณหมอมีคำแนะนำในการดำเนินชีวิตว่า

1.ต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของวัยทองนี้

2.เรื่องของการปฏิบัติตัวในวัยทอง แบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ อาหาร, การออกกำลังกาย, การทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส รวมถึงมองโลกในแง่ดี

ในส่วนของอาหาร ถ้าเราสามารถรับประทานอาหารได้ครบถ้วน วิตามินหรือแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในอาหารตามธรรมชาติถือว่าดีต่อสุขภาพที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปสรรหาวิตามินหรืออาหารเสริมพิเศษอะไรมารับประทาน แต่อาจจะให้วิตามินหรือแร่ธาตุบางตัวเสริมในกรณีที่รับประทานไม่เพียงพอ ที่ให้กันบ่อยๆ ก็คือแคลเซียม ในคนที่เข้าสู่วัยทองแนะนำว่าต้องมีแคลเซียมในร่างกายอย่างน้อยประมาณ 1,000 มก./วัน

ทั้งนี้เนื่องจากอาหารไทยที่เรารับประทานกันจะมีแคลเซียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 มก./วัน จึงควรทานอาหารที่มีแคลเซียมมากขึ้น เช่น ดื่มนมวันละ 2 แก้ว แต่ถ้าไม่เพียงพอก็อาจรับประทานแคลเซียมเสริมบ้าง อันนี้ก็ไม่ได้มีข้อห้ามแต่ประการใด ส่วนวิตามินหรืออาหารเสริมตัวอื่นๆ ถ้ารับประทานอาหารตามธรรมชาติได้เพียงพอแล้วก็ไม่จำเป็นเลย ไม่มีอาหารที่วิเศษอะไรเลย เพราะอาหารที่ดีที่สุดก็คืออาหารตามธรรมชาติ และพร้อมกันนี้ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยหรือไฟเบอร์ให้เพียงพอ เพื่อช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง โดย นพ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์



เข้าชม : 2289



5 เรื่องล่าสุดใน หมวด สุขภาพน่ารู้