[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2007-2019 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
header
Drop Down Menu

หากผู้รับบริการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 076-361234 ต่อ 1412



เรื่อง : ไปหาหมอ...ต้องเตรียมตัวอย่างไร



ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ: 13 พ.ค. 2556 : 01:08 หมวด สุขภาพน่ารู้




การเตรียมตัวไปหาหมอ (หมอชาวบ้าน)
โดย นพ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์

          คนไข้ที่จะไปหาหมอ หากมีการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้ประโยชน์ทั้งหมอและคนไข้

คนไข้นัด

          คนไข้หรือญาติควรมีวิธีการเตือนตัวเองไม่ให้ลืมนัด บางครั้งคนไข้ลืมนัด เพราะมีภารกิจมากมายที่ต้องทำและจดจำ ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งนอกจากนัดวันแล้ว ยังนัดเป็นช่วงเวลาด้วย เพื่อคนไข้จะได้ไม่เสียเวลาไปรอคอย

          การนัดที่สำคัญ เช่น การผ่าตัด โรงพยาบาลหลายแห่งจะโทรเตือนก่อนถึงวันนัด ทั้งนี้หากคนไข้มาไม่ได้ จะได้ติดตามคนไข้รายต่อไปมารับการผ่าตัดแทน

          กรณีที่คนไข้ไปตามนัดไม่ได้ ควรติดต่อโรงพยาบาลล่วงหน้า บางรายที่ต้องกินยาเป็นประจำทุกวัน ทางโรงพยาบาลมักแนะนำให้ญาติมารับยาแทน

          สิ่งที่คนไข้ไม่ควรปฏิบัติ คือการขาดนัด แล้วไปหาซื้อยามากินเองอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจเกิดอันตรายได้

หมอนัดไปทำอะไร

          คนไข้ควรอ่านรายละเอียดในใบนัดอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า หมอนัดให้ไปทำอะไรบ้าง และปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด

          การเจาะเลือดบางประเภท คนไข้ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพราะถ้าไม่ปฏิบัติ ผลการตรวจจะคลาดเคลื่อน ทำให้การจัดยาผิดขนาด เกิดอันตรายได้

          การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง หมออาจให้กลั้นปัสสาวะ เพื่อให้ผลการตรวจออกมาชัดเจน

          คนไข้ที่นัดไปทำผ่าตัด ซึ่งอาจเป็นผ่าตัดเล็ก หากหมอให้งดน้ำและอาหาร ตั้งแต่เวลาเท่าไร ควรปฏิบัติตามให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้เด็ก ผู้ปกครองต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กอาจดื่มน้ำหรือกินอาหารด้วยความหิว ผู้ปกครองบางคนสงสารลูกหลาน แอบให้น้ำและอาหารก็มี โดยคิดว่าให้กินเพียงเล็กน้อยหมอคงไม่ว่า แต่รู้ไหมว่า การผ่าตัดที่ต้องให้ยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับ เมื่อท้องมีน้ำและอาหาร คนไข้อาจจะเกิดการสำลักน้ำและอาหารเข้าหลอดลม เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

          การผ่าตัดบางอย่างหมอเตรียมการผ่าตัดโดยการฉีดยาชา แต่ถ้าคนไข้เจ็บ หมออาจจะต้องเพิ่มยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับในขณะผ่าตัดได้



สิ่งที่เตรียมไปบอกหมอ

          อาการสำคัญที่เกิดขึ้นหลังได้รับการรักษา เช่น ปวดมึนศีรษะ หน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืนเร็ว ๆ ปวดมวนท้อง หลังกินยา ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ เกิดอาการบวมใบหน้าตอนเช้า หิวบ่อย กินอาหารได้มากกว่าเดิม ง่วงเวลาทำงาน นอนไม่หลับเวลากลางคืน คนไข้ควรบันทึกอาการสำคัญไว้ เพื่อบอกให้หมอทราบได้ครบถ้วนแต่กระชับ ซึ่งจะช่วยหมออย่างมากในการทราบการดำเนินโรค ผลของยาที่ใช้ จะได้ปรับการรักษาให้ถูกต้องเหมาะสม

ยาและอาหารเสริม

          คนไข้ควรนำยา สมุนไพร ยาจีน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กินเป็นประจำ ติดตัวไปหาหมอทุกครั้ง คนไข้หลายคนได้ยาจากหมอหลายคนและหลายโรงพยาบาลจะไม่นำยาที่หมออื่นสั่งไปให้ หมอที่รักษา อาจด้วยคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน บางคนเกรงว่าหมอจะไม่พอใจว่าทำไมต้องหาหมอหลายคน หรือเกรงใจว่าจะสร้างความวุ่นวายและเสียเวลาหมอ

          ยาหลายชนิดที่คนไข้ได้จากหมอแต่ละคน อาจเป็นยาชนิดเดียวกัน แม้ว่าชื่อยา (ชื่อการค้า) และลักษณะเม็ดยาไม่เหมือนกัน การได้ยาซ้ำกันอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว ยาหลายชนิดเม็ดได้รับพร้อมกัน อาจมีผลต่อการดูดซึมของยาชนิดใดชนิดหนึ่ง ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง ยาบางชนิดอาจเสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดพิษจากยาได้ ยาบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกัน ทำให้คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้



ไม่ควรปกปิดข้อมูล

          บางครั้งคนไข้ไม่สามารถกินยาหรือปฏิบัติตัวตามข้อแนะนำของหมอได้ ควรบอกความจริงแก่หมอ เพราะถ้าหมอเข้าใจผิด อาจให้การรักษาที่ผิดพลาดได้

          คนไข้บางคน เช่น คนไข้เบาหวาน จะปฏิบัติตัวดีเฉพาะช่วงใกล้วันนัด เพื่อให้ได้ผลตรวจเลือดที่ดี จะได้ไม่ถูกหมอดุ ซึ่งในที่สุดหมอก็จะรู้จนได้ เพราะถึงผลตรวจน้ำตาลในเลือดในวันนั้นจะดี แต่ผลตรวจน้ำตาลสะสมจะมากกว่าปกติ

          ข้อความบางอย่างเป็นความลับหรือข้อมูลที่คนไข้รู้สึกอายที่บอก เช่น การเสพสารเสพติด การมีเพศสัมพันธ์กับหญิงหรือชายที่ไม่ใช่คู่สามีภรรยา หากเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยโรค คนไข้ควรจะบอกให้หมอทราบ

เตรียมตัวให้ดีตลอดเวลา

          คนไข้บางโรค หากมีสมุดบันทึกข้อแนะนำแก่ผู้พบเห็นเวลาเกิดภาวะวิกฤตติฉุกเฉินจะเป็นการดี เพื่อให้ผู้พบเห็นสามารถให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลได้อย่างถูกต้อง บางคนอาจต้องพกยาที่ต้องใช้ในภาวะวิกฤติฉุกเฉินไว้กับตัว เช่น คนไข้เบาหวาน คนไข้ลมชัก คนไข้โรคหอบหืด คนไข้โรคหัวใจ เป็นต้น

          หากเป็นไปได้ทุกคนควรพกบัตรประชาชนหรือบัตรที่ให้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร บัตรสิทธิการรักษา บัตรข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่กินเป็นประจำ ยาที่แพ้ หมู่เลือด และชื่อที่อยู่บุคคลที่จะให้ติดต่อ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก



เข้าชม : 4848



5 เรื่องล่าสุดใน หมวด สุขภาพน่ารู้